7 ข้อ ที่ต้องรู้ก่อนเลือกเนอร์สซี่งโฮม

7 ข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ


เลือกบ้านพักคนชรา เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือ เลือกเนอร์สซิ่งโฮม

1. ใครเป็นเจ้าของ แพทย์ พยาบาล หรือนักธุรกิจ เพราะต้องดูว่าเจ้าของใส่ใจดูแลรายละเอียดในศูนย์ฯมั้ย หรือปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่ของลูกจ้างหรือผู้ดูแล (ต่างชาติ) ข้อนี้ช่วยบอกแนวโน้ม รูปแบบของบริการภายใน ซึ่งจะสะท้อนถึงบริการที่ผู้สูงอายุหรือพ่อแม่คุณจะได้รับ เจ้าของเป็นแพทย์ก็แบบหนึ่ง เป็นพยาบาลก็อีกแบบหนึ่ง และถ้าเป็นนักธุรกิจก็จะเป็นอีกแบบนึง ขอให้เลือกในสิ่งที่คุณสัมผัสได้ ปัจจุบันถึงแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพจะเป็นเจ้าของ แต่บางครั้งเขาเหล่านั้นก็การกลายเป็นนักธุรกิจเต็มตัวแล้ว อาจลืมความเป็นวิชาชีพไปจนหมดสิ้นก็ได้ ขอให้คุณพิจารณาให้ดีก่อน

 

2. อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ ข้อนี้สำคัญมากสุดๆ ถ้าผู้ดูแล 1 คนต้องดูแลผู้สูงอายุถึง 16 คน (เรื่องจริงในศูนย์ของไทย) มันจะมีคุณภาพได้อย่างไร ปล่อยให้คุณตาคุณยายคุณทวดนอนจมอุจจาระปัสสาวะในผ้าอ้อม เป็นเวลานาน กว่าจะวนมาเปลี่ยนตามรอบ และกว่าจะมาเช็ดตัวได้ก็ก้นแดง คัน ผ้าอ้อมกัดไปหมดแล้ว และไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นๆในการดูแลยิบย่อยอีกหลสยอย่าง มาตรฐานขั้นต่ำของประเทศญี่ปุ่นเขาคือ ผู้ดูแล:ต่อผู้สูงอายุ = 1 ต่อ 4 ดูให้ดีนะครับว่าศูนย์ฯ ที่คุณจะเลือก อัตราส่วนนี้เป็นเท่าไร ดูให้เห็นจริงระวังอย่าเอา แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ หรือแรงงานต่างชาติ มารวมในสัดส่วนนี้ด้วย เพื่อให้อัตราส่วนดูดีขึ้นเป็นการหลอกลวงให้หลงเชื่อ

 

3. ผู้ดูแลมีวุฒิการศึกษาทุกคนหรือไม่ หรือแค่บางคน สัดส่วนเท่าไร เป็นพยาบาลวิชาชีพ (RN) ผู้ช่วยพยาบาล (PN) ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย (NA) หรือผู้ดูแล (CG) กี่คนทำงานเต็มเวลาหรือบางเวลา หรือแค่โฉบมาดูเพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือนเท่านั้น หลายศูนย์ฯ เป็นแบบนี้บอกว่ามีพยาบาล 24 ชม ผู้ดูแลมีวุฒิการศึกษาโน้นนี่นั่น ผ่านการอบรม แต่จริงๆ มีเฉพาะแรงงานต่างชาติหรือที่มีวุฒิฯ ก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้น อยากรู้ให้ลองถาม แม่บ้านดูครับ อย่าถามผู้จัดการ และไม่ใช่เฉพาะศูนย์ฯราคาถูกที่เป็นแบบนี้ แต่ศูนย์หรูราคาแพงก็เป็นนะครับ เพราะเขามีเงินลงทุนแต่สถานที่ ลงเงินให้ดูดี ให้ดูสวย สะอาดสบายตา แต่ไม่ดูแลใส่ใจเรื่องคุณภาพบุคคลกร กดค่าแรงเขา แล้วผู้ประกอบวิชาชีพที่ร่ำเรียนกันมาอย่างยากลำบากใครจะมาทำงานให้ ผมขอเตือนคุณอาจถูกหลอกด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อ และภาพลวงตาภายนอกที่เห็นก็ได้ ขอให้ดูเข้าไปให้ลึกในถูกจุด

 

4. ให้ดูรายละเอียดเรื่องอาหาร ห้องครัวสะอาดเหมาะสม ถูกหลักอนามัยหรือไม่ วัสดุที่นำมาประกอบ และการปรุงเหมาะสมกับโรคของคุณพ่อคุณแม่และผู้สูงอายุมั้ย เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคไต และโรคเก๊าท์ อย่าคำนึงแต่สีสรรและรสชาดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้อาหารปั่นที่ให้ทางสาย ก็ต้องดูด้วยว่าขั้นตอนการผลิตเชื่อถือได้มั้ย อัตราส่วนทงโภชนาการถูกต้องตามที่ได้รับคำแนะนำมั้ย

 

5. สถานที่ ปลอดโปร่ง โล่งสบายมั้ย ไม่แออัดยัดเยียด สกปรก หรือมีกลิ่นเหม็นอับรึเปล่า มีระบบความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ดูแลเพียงพอมั้ยรึเปล่า ห้องน้ำ ทางเดิน ทางขึ้นลงตัวบ้านสะดวกหรือ เป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุมั้ย มีทางลาดรถเข็น มีลิฟท์ขนส่งด้วยรึเปล่า สิ่งเหล่านี้ก็สำคัญ ไม่ใช่แค่มี CCTV ก็บอกว่าปลอดภัยแล้ว

 

6. โลเคชั่น ใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงานคุณมั้ย การเดินทางสะดวกนั้นสำคัญมาก เพราะคุณคงไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งพ่อแม่ไว้ไกลๆ เวลาญาติพี่น้องคนอื่นๆมาเยี่ยมจะได้สะดวกด้วย และเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถส่งคุณพ่อคุณแม่ไปโรงพยาบาลที่ท่านรักษาประจำได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นสิ่งนี้ไม่ควรมองข้าม

 

7. และข้อสุดท้ายคือ วิธีคิดค่าใช้จ่าย โปร่งใสชี้แจงได้หรือไม่ คุณคงไม่ได้เลือกศูนย์ที่ราคาถูกที่สุดใช่มั้ยครับ แต่คุณเลือกที่คุ้มค่าคุ้มราคา ในงบประมาณที่คุณจ่ายได้ ศูนย์หรูราคาแพงอาจดูแลไม่ดีเสมอไป เป็นเพียงสิ่งชดเชยทางใจ ว่าพ่อแม่อยู่อย่างสบาย คุณคงไม่ได้เลือกเพราะศูนย์ฯนั้น มีทีวีจอยักญ์ เตียงปรับไฟฟ้า 7 ระดับ รีโมทควบคุม โต๊ะ ตู้เย็น และโซฟาระบบไฮเทค หรือ ตกแต่งแบบคอนโดมิเนียมหรู มีสระว่ายน้ำ ธาราบำบัด สนามหญ้าสวนหย่อม ที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่เคยได้ใช้ แต่สิ่งคุณกำลังจะเลือกคือคนเลือกคนที่จะช่วยคุณในการดูแลพ่อแม่ของคุณและคนที่คุณรัก ไม่ใช่เลือกสถานที่ แล้วเอาท่านมาทิ้งไว้

ดังนี้ 7 ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดี ให้รอบคอบ อย่าเลือกแต่เปลือกที่เห็นเท่านั้น

 

ด้วยความปราถนาดีจาก 

เอลเดอร์ลี่ซีโฮม

By Doctor Nop

Visitors: 8,547